น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๕ “พระปิยมหาราช” องค์ผู้สถาปนารากฐานความเจริญ และพระบรมราชูปถัมภกแห่งการศึกษากฎหมายไทย

by lawchulaalumni administrator

น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นหาที่สุดมิได้

วันที่ ๒๓ ตุลาคม ของทุกปี คือ “วันปิยมหาราช” วันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๕) พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย พระองค์ทรงรับพระราชภาระอันยิ่งใหญ่ในการบริหารแผ่นดินในยุคสมัยที่สยามประเทศต้องเผชิญกับคลื่นแห่งการเปลี่ยนแปลงและมรสุมการแสวงหาอาณานิคมจากชาติมหาอำนาจตะวันตก

 

ด้วยพระวิศิษฏ์อำนาจ พระปัญญาญาณ และพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้น พระองค์ได้ทรงพลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์ไทยด้วยการปฏิรูปประเทศครั้งใหญ่ในทุกมิติ นำพาประเทศชาติให้รอดพ้นจากภัยคุกคามทางอธิปไตย และทรงวางรากฐานความเจริญรุ่งเรืองที่สืบเนื่องมาเป็นมรดกอันทรงคุณค่าจนถึงปัจจุบัน

 

การเลิกทาสและเลิกไพร่ — ปลดพ้นพันธนาการ มอบสิทธิเสรีภาพแก่ปวงชน

หนึ่งในพระราชกรณียกิจอันเป็นพระมหากรุณาธิคุณยิ่งใหญ่ที่สุดต่อพสกนิกร คือ การยกเลิกระบบทาสและระบบไพร่ ซึ่งดำเนินการอย่างแยบคาย ทรงใช้พระกุศโลบายค่อยเป็นค่อยไปตลอดระยะเวลาหลายสิบปี เพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้งในสังคมและไม่ให้กระทบต่อโครงสร้างเศรษฐกิจ

 

ทรงตราพระราชบัญญัติทาส ร.ศ. ๑๒๔ ปลดปล่อยประชาชนจากการเป็นทาสในเรือนเบี้ย และยกเลิกการเกณฑ์ไพร่เปลี่ยนเป็นระบบทหารกองประจำการ พระราชกรณียกิจนี้มิใช่เพียงการคืนสิทธิเสรีภาพและความเป็นมนุษย์ให้แก่ราษฎรนับล้านคนเท่านั้น หากแต่เป็นการสร้างรากฐานความเท่าเทียมในสังคมไทย และเปลี่ยนโครงสร้างประชากรให้กลายเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศเข้าสู่ยุคใหม่

 

การปฏิรูประบบราชการ การสาธารณูปโภค และความเจริญแห่งสยาม

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงวางรากฐานโครงสร้างการบริหารราชการแผ่นดินใหม่ทั้งหมด โดยทรงจัดตั้งเสนาบดีกระทรวงต่างๆ ขึ้นบริหารงานแทนระบบเวียง วัง คลัง นา แบบเดิม ทรงสร้างระบบการบริหารราชการส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น เพื่อขยายอำนาจรัฐและการปกครองเข้าสู่ทุกพื้นที่ของประเทศอย่างเป็นเอกภาพ พร้อมกันนี้ ได้ทรงนำความเจริญทางวิทยาการสมัยใหม่จากตะวันตกมาวางรากฐานสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานให้แก่ประเทศ

 

การรถไฟและการคมนาคม ทรงเสด็จฯ เปิดการเดินรถไฟสายแรก (กรุงเทพฯ - นครราชสีมา) ตัดถนนหนทาง และขุดคลองคมนาคม

 

การไปรษณีย์โทรเลข ทรงจัดตั้งกรมไปรษณีย์โทรเลข เพื่อเปิดประตูการสื่อสารของไทยสู่สากล

 

การไฟฟ้านครหลวงและการประปา ทรงนำไฟฟ้าและน้ำสะอาดมาใช้ในพระนคร ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

 

การแพทย์และการสาธารณสุข ทรงจัดตั้งโรงพยาบาลศิริราช เพื่อรักษาพยาบาลราษฎรโดยไม่เลือกชั้นวรรณะ

 การปฏิรูประบบกฎหมาย ศาลยุติธรรม และการสถาปนานิติรัฐ

สำหรับชาวนิติศาสตร์ จุฬาฯ และนักกฎหมายไทยทุกคน พระมหากรุณาธิคุณของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๕ มีความสำคัญอันลึกซึ้งเป็นพิเศษ เนื่องจากพระองค์ทรงเป็นผู้ปฏิรูประบบกฎหมายและการศาลไทยให้เข้าสู่มาตรฐานสากล

 

ทรงโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้ง "กระทรวงยุติธรรม" ขึ้นในปี พ.ศ. ๒๔๓๕ เพื่อรวมงานพิจารณาคดีความที่เคยกระจัดกระจายอยู่ในกระทรวงต่างๆ ให้มาขึ้นกับศาล ยุติระบบการลงโทษแบบโบราณ และโปรดเกล้าฯ ให้มีการชำระประมวลกฎหมายสมัยใหม่ฉบับแรก คือ "กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. ๑๒๗" การปฏิรูปกฎหมายในรัชสมัยของพระองค์ เป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยสามารถเจรจาขอยกเลิกสิทธิสภาพนอกเขตแดนกับชาติตะวันตก และกอบกู้เอกราชทางศาลกลับคืนมาได้สำเร็จในเวลาต่อมา

 

นอกจากนี้ ยังทรงสนับสนุนพระราชโอรส คือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ในการจัดตั้งโรงเรียนกฎหมายแห่งแรก ซึ่งเป็นต้นธารแห่งการศึกษานิติศาสตร์ในประเทศไทย

 

น้อมสืบสานพระราชปณิธาน มุ่งมั่นผดุงความยุติธรรมเพื่อสังคม

ต้นทางแห่งความเจริญ ความมั่นคง และสิทธิเสรีภาพที่เราทุกคนได้รับในวันนี้ ล้วนมีจุดเริ่มต้นจากพระปรีชาญาณและพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของ "สมเด็จพระปิยมหาราช" พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่งของแผ่นดิน

 

เนื่องในวันปิยมหาราช ๒๓ ตุลาคม สมาคมนิสิตเก่านิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขอน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นหาที่สุดมิได้ และขอตั้งสัจจะอธิษฐานในการสืบสานพระราชปณิธาน โดยการใช้องค์ความรู้ทางกฎหมายปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ยึดมั่นในนิติธรรม และนำความรู้ไปสร้างสรรค์ประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติสืบไป

 

คณะกรรมการสมาคมนิสิตเก่านิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

Leave a comment

Comments

  • No comments found